(เนื้อหาต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว) 

ขณะที่เพื่อนๆ ตะกุยตะกายแหวกว่ายน้ำเค็มๆ ผมก็นั่งลงตรงเก้าอี้ผ้าใบจดอะไรยุกยิกลงไปในสมุด เพราะไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนก็เลยได้แต่จ้องมองคนแถวนั้นไปเรื่อย

มองไปเขียนไปวาดไปเพลินๆ พอเขียนเสร็จ ลองอ่านดูก็งงๆ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าเขียนไปทำไม

นี่คือสิ่งที่เขียนออกมาแบบงงๆ ลองดูสิครับ

 

"เกลียวคลื่นที่ซัดสาดเม็ดทรายที่ชายหาดซ้ำๆ นั้น

ก็คือคำว่ารักที่ทะเลพร่ำบอกกับผืนทรายมาเป็นเวลาชั่วนิรันดร์

ผมก้มลงมองไปใต้สายตา ณ ที่ผืนทรายบรรจบท้องทะเล

 

ลมไหวโชยเอื่อย

ก็คือคำรักที่ฟ้าเองก็กระซิบบอกท้องทะเลมาเป็นเวลาชั่วนิรันดร์

ผมมองออกไปไกลสุดตา ณ ที่ผืนฟ้าบรรจบท้องทะเล

 

ถึงแม้ทะเลจะซัดคลื่นเข้ากระทบฝั่งตลอดเวลา

แต่ทรายก็ไม่เคยกลายเป็นหนึ่งเดียวกับทะเล

 

ถึงแม้มองไปไกลสุดฟ้าเท่าที่ตาเห็น

ตรงที่เรามองว่าแผ่นฟ้าบรรจบท้องทะเลนั้น

โดยแท้แล้ว น้ำกับฟ้าก็ไม่เคยได้เป็นหนึ่งเดียว

 

ผมจ้องมองฟ้าสีสวย

ทรายเม็ดละเอียด

กับน้ำทะเลใสๆ

ทั้งหมดต่างมีคำมั่นสัญญา

ที่ให้ไว้กับใครสักคน

ถึงแม้ใครสักคนจะไม่รับรู้ใส่ใจ

 

มันเป็นรักสามเส้าในธรรมชาติ

แต่เป็นเรื่องเศร้าที่สวยงาม

 หากคุณไม่เชื่อ

ลองหลับตาแล้วเอียงหูฟัง

สิ่งที่ฟ้าบอกกับทะเล

สิ่งที่ทะเลบอกกับผืนทราย

นั่นแหละ คือเสียงที่ไพเราะที่สุด

ที่เราจะได้ยิน"

 

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงเขียน ไม่มีเหตุผล ไม่จุดประสงค์

หรือข้อความทั้งหมดผมไม่ได้คิดขึ้นมา

แต่ผมเอียงหูฟังสิ่งที่ผืนฟ้า เม็ดทราย และเกลียวคลื่นกระซิบบอก

ให้ผมได้ยิน

(โปรดติดตามตอนต่อไป) 

Comment

Comment:

Tweet

คิดถึงทะเล
big smile

#1 By tae_moship on 2010-01-22 23:15